รายงานข่าว มาเน่ จะตามรอย ? ย้อนดู 2 แข้งแอฟริกันที่มีช่วงเวลาน่าประทับใจกับ เรอัล มาดริด

UFAX10

รายงานข่าว มาเน่ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากระแสข่าวระหว่าง ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัลของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ เรอัล มาดริด มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ “ราชันชุดขาว” ให้ความสนใจในตัว มาเน่ มาพักหนึ่งแล้ว

UFAX10

รายงานข่าว มาเน่ ว่ากันว่า ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ มาดริด ชื่นชอบฝีเท้าของ มาเน่ เป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อพิจารณาถึงผลงานอันยอดเยี่ยมที่เจ้าตัวทำได้ในสีเสื้อ “หงส์แดง” อย่างฤดูกาลก่อนก็ทำไป 26 ประตู จากการลงเล่น 50 นัดในทุกรายการ ส่วนซีซั่นนี้ก็ทำไป 18 ประตู จากการลงสนามในทุกรายการ 38 เกม

ถึงกระนั้น หลายคนก็สงสัยว่าการย้ายไป มาดริด มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมของ มาเน่ รึเปล่า เพราะนักเตะจากกาฬทวีปหลายคนมักจะไปไม่รุ่งกับที่นั่น ไม่ว่าจะเป็น ซามูเอล เอโต้ ที่อยู่กับทีมตั้งแต่อะคาเดมี่ แต่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าไหร่ก่อนที่จะไประเบิดฟอร์มโหดกับ บาร์เซโลน่า หรือ ไมเคิ่ล เอสเซียง กับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่เคยอยู่กับทีมด้วยสัญญายืมตัว แต่ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งจนทีมซื้อขาดไปร่วมทัพได้ ถึงกระนั้น มันก็ยังพอมีแข้งจากแอฟริกาที่ค่อนข้างไปได้ดีกับ มาดริด ในระดับหนึ่งเหมือนกัน

– มาฮามาดู ดิยาร์ร่า (มาลี)
สมัยอยู่กับ วิเทสส์ อาร์เน่ม ทีมในประเทศฮอลแลนด์นั้น กองกลางตัวรับรายนี้ถึงขั้นเคยโดนปรียบเทียบว่ามีสไตล์การเล่นที่ละม้ายคล้ายคลึงกับ รุด กุลลิท ตำนานดาวเตะชาวดัคช์มาแล้ว และพอย้ายไป โอลิมปิก ลียง ในปี 2002 เขาก็ยังเล่นได้ดีจนเป็นกำลังหลักให้ทีมได้ทันที

ฟอร์มของ ดิยาร์ร่า ทำให้เขาเคยตกเป็นที่สนใจของทั้ง มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งที่จริงตอนนั้น ลียง ไม่อยากปล่อยเพชรเม็ดงามออกจากทีม และตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้สูงถึง 40 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วพอถึงวันที่ 18 สิงหาคม ปี 2006 มาดริด ก็ปิดดีลกับเขาได้ด้วยค่าตัว 26 ล้านยูโร

ทั้งนี้ มีรายงานระบุว่าคนของ มาดริด ที่อยากได้ ดิยาร์ร่า เป็นอย่างมากไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ฟาบิโอ คาเปลโล่ เทรนเนอร์ของทีมในตอนนั้น โดยมีข่าวลือว่า คาเปลโล่ ถึงขั้นเคยเปิดใจกับ ราม่อน กัลเดร่อน ประธานของสโมสรในตอนนั้นเลยว่าเขาอยากเซ็นสัญญากับนักเตะหน้าใหม่ 3 ราย นั่นคือ “ดิยาร์ร่า, ดิยาร์ร่า แล้วก็ ดิยาร์ร่า”

แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นคนโปรดของ คาเปลโล่ ทำให้ ดิยาร์ร่า ได้เป็นกำลังสำคัญของทีมตั้งแต่ซีซั่นแรก ในซีซั่นนั้นเขาได้ลงเล่นในลีกไป 33 เกมจากทั้งหมด 38 นัด และยังโหม่งทำประตูได้จนมีส่วนช่วยให้ทีมชนะ มายอร์ก้า พร้อมกับการันตีการเป็นแชมป์ ลา ลีกา หนแรกของสโมสร นับตั้งแต่ปี 2003 ด้วย

แม้ว่าในฤดูกาลต่อมา มาดริด จะเปลี่ยนกุนซือจาก คาเปลโล่ ไปเป็น แบร์นด์ ชูสเตอร์ แต่ ดิยาร์ร่า ก็ยังได้เป็นกำลังหลักของทีมอยู่ เขาถึงขั้นทำให้ เฟร์นานโด กาโก้ ต้องถูกบีบขึ้นไปยืนสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ และเขาก็พาทีมป้องกันแชมป์ลีกเอาไว้ได้

อนิจจา โชคชขะตาช่างโหดร้าย ในเดือนตุลาคม ปี 2008 ดิยาร์ร่า ได้รับบาดเจ็บตรงหัวเข่าจากตอนไปเล่นให้ทีมชาติมาลี ในนัดที้เจอกับ ชาด มันทำให้เขาต้องพัก 1 เดือน และถึงแม้จะกลับมาลงเล่นได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน อาการของเขาก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้งจนถึงขั้นจำเป็นต้องรับการผ่าตัด

เรื่องดังกล่าวทำให้ ดิยาร์ร่า ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมอีกเลยตลอดทั้งฤดูกาล 2008-09 หลังจากหายเจ็บกลับมาได้แล้วนั้น ดิยาร์ร่า ก็ไม่ได้เป็นกำลังหลักของทีมอีกต่อไป ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อาแอส โมนาโก ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 โดยนอกจากจะมีแชมป์ ลา ลีกา ติดมือมา 2 หนแล้วนั้น เขายังเคยได้แชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ ร่วมกับ มาดริด 1 สมัยเช่นกัน

– เฌเรมี่ เอ็นฌีตั๊ป (แคเมอรูน)
แฟนบอลหลายคนอาจจะคุ้นตากับเขาในช่วงที่เล่นให้กับ เชลซี ระหว่างปี 2003-2007 แต่ที่จริงแล้วอดีตดาวเตะวัย 41 ปี ผู้นี้ก็เคยเล่นให้กับ มาดริด ระหว่างปี 1999-2003 มาก่อน และไม่ได้เป็นเพียงนักเตะที่ไร้ค่าด้วย

ก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับ มาดริด อดีตแข้งชาวแคเมอรูนเล่นอยู่กับ เจนเบอร์เบียร์ลิกี้ สโมสรในประเทศตุรกี แต่พอถึงปี 1999 ชีวิตของเขาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อ มาดริด ให้ความสนใจในตัวเขา จนดึงเขาไปร่วมทัพ

เฌเรมี่ ได้ลงเล่นให้ มาดริด ไปทั้งหมด 76 นัดจากทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 2 ประตู และอีก 9 แอสซิสต์ ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ผลงานระดับแข้งซูเปอร์สตาร์ แต่เขาก็ช่วยทีมได้น่าพอใจในระดับหนึ่งเวลาที่ถูกส่งลงสนาม ไม่ว่าจะทั้งตรงริมเส้นฝั่งขวา หรือตอนที่ถูกจับโยกไปเป็นมิดฟิลด์แบบขัดตาทัพ แถมยังเคยถูกเสนอชื่อเข้าลุ้นรางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2000 ด้วย แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นหนึ่งใน 19 คนที่ไม่มีใครโหวตให้เลยก็ตาม

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ เฌเรมี่ ได้รับคำชมมากที่สุดตอนที่เขาอยู่กับ มาดริด นั่นก็คือเขาเป็นคนที่ไม่มึความเห็นแก่ตัวเลย ขนาด บิเซนเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือ มาดริด ยังให้สัมภาษณ์ในอีกหลายปีให้หลังเลยว่าเขากับ สตีฟ แม็คมานามาน คือ 2 นักเตะที่สำคัญที่สุดของทีม จากการที่ทำให้ทั้งทีมยังมีความสามัคคีกันได้

สุดท้ายแล้ว เฌเรมี่ ก็เดินออกจาก ซานติอาโก้ เบร์นาเบว พร้อมกับแชมป์ลีก 1 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 หน ซึ่งเป็นความสำเร็จที่นักเตะชื่อดังบางคนยังทำไม่ได้เลย

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.onlinesportsreviews.com